วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

พระสมเด็จวัดระฆัง กรุวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

ประวัติ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต) ต้นสกุลกัลยาณมิตร ว่าที่สมุหนายก ได้อุทิศบ้านและที่ดินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งแต่เดิมเป็นหมู่บ้านที่มีภิกษุจีนพำนักอยู่ และเรียกกันต่อมาว่า "หมู่บ้านกุฎีจีน" สร้างเป็นวัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๘ และน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ พระราชทานนามว่า "วัดกัลยาณมิตร"

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://sombanno.igetweb.com/?mo=3&art=412858

"พระสมเด็จวัดระฆัง กรุวัดกัลยาณมิตร" สร้างขึ้นและบรรจุในเจดีย์ต้นสกุลกัลยาณมิตรและสกุลประวิตร
แตกกรุเมื่อปี 2551 พระผงสมเด็จกรุวัดนี้จะพบมากมายหลายพิมพ์







  

















พระสมเด็จวัดระฆัง กรุวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ถูกบรรจุเจดีย์ลักษณะเป็นกรุแห้งหรือกรุลอย องค์พระลักษณะ คือ ผิวแห้ง เนื้อเปิดเห็นมวลสารชัดเจน รักระเบิด  แตกต่างจากกรุบางขุนพรหม (กรุเปียก) อย่างชัดเจน  ดังนั้นสำหรับผู้ศึกษาต้องแยกแยะกันถูกต้อง

บทความผู้ศึกษาพระสมเด็จวัดระฆัง กรุวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
สมเด็จวัดระฆัง กรุวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
ผ่านการตรวจสอบเรื่องอายุพระ จาก “สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) รับร้อยครับ รอใบรับรองผล
เรื่องของพระสมเด็จวัดระฆัง ที่บรรจุกรุวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
หลังจากเจดีย์ในวัดกัลยาได้ถูกรื้ออ อก เมื่อต้นปี พ.ศ 2551พบว่ามีพระพิมพ์สมเด็จ บรรจุอยู่ภายในเป็นจำนวนมาก และหลายพิมพ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพิมใหญ่ ทรงเจดีย์ เส้นด้าย ฐานแซม ฐานคู่ ปรกโพธิ์และพิมพ์อกครุฑ ส่วนที่พบน้อยได้แก่พิมพ์ไสยาสน์ พิมคู่สององค์ติดกันซึ่งเป็นทรงเจดีย์ และพิมพ์ใหญ๋ พิมพ์สามเหลี่ยมเล็ก พิมพ์สามเหลี่ยมใหญ่(เหมือนกับพิมพ์ใหญ่ของของวัดสามปลื้ม) พิมพ์สังกระจาย นอกจากนี้ยังมีพิมพ์แปลกอีกแต่ไม่มากนัก พระในกรุวัดกัลยามีสองแบบคือ 1แบบปึกๆเกาะติดกัน9องค์ และแบบเป็นองค์เดียวซึ่งแบบนี้ด้านหลังจะถูกปิดด้วยรักและทอง หลังจากที่พระสมเด็จชุดนี้กระจายออกไป ก็เป็นที่สงสัยและหาหลักฐานกันว่า เป็นพระสมเด็จวัดระฆังใช่หรือไม่มาจนถึงวันนี้ ส่วนใหญ่นำไปให้บรรดาเซียนน้อยใหญ่ดู มักจะได้คำตอบว่า ยังไม่ถึงวัดระฆัง คำถามต่อไปก็คือดูจากอะไร เซียนตอบว่าดูจากพิมพ์ และคำถามต่อไปจากเจ้าของพระถามเซียนว่า แล้วเนื้อหละเป็นอย่างไร เซียนตอบหน้าตาเฉยว่าถ้าผิดพิมพ์แล้วผมก็จะไม่ดูเนื้อ ก็จบกันตรงนั้นคุณเซียนจะเล่นพระสมเด็จกันแค่8-9พิมพ์เท่านั้นเหรอ คุณจะไม่ศึกษามวลสารของเนื้อพระความเก่า มีอายุของเนื้อพระ หรือจะไม่ศึกษาประวัติการสร้างพระกันอย่างละเอียดและถูกต้องเลยหรือ จะเอากันแค่เล่นๆกันถูกพิมพ์ถูกเนื้อขายกันได้ ด้วยความเชื่อจากการยืนยันจากตัวบุคคลเพียง2คนที่ถูกเรียกว่าเซียนเท่านั้นก็พอแล้วหรือ ในปัจจุบันเซียนที่พอมีระดับ จะมีที่สิงสถิตย์กันตามห้างดังๆ จะหาพระให้กับบรรดาขาประจำที่เขาเชื่อใจกัน แต่ถ้าเซียนจะซื้อพระ ผู้ที่เป็นเจ้าของพระจะถูกกดราคากันมากๆแบบน่าสงสาร เพื่อนสมาชิกครับ พระที่ผมนำไปให้คุณเซียนตรวจสอบดูและได้รับคำตอบว่ายังไม่ถึงนั้นเป็นพระกรุวัดกัลยาพิมพ์ใหญ่ เนื้อดูง่ายมากแต่ขนาดจะโตกว่ากรุบางขุนพรหมเล็กน้อย เพื่อนๆครับผมยังไม่หมดความพยายาม ผมคิดว่าพระจะแท้หรือเก๊ไม่ใช่ไปฟังจากบุคคลที่สังคมมองกันว่าน่าเชื่อถือและมีความรู้ดูพระได้เป็นเซียนมีชื่อโด่งดัง ยังมีวิธีหาความจริงว่าพระสมเด็จของเรานั้นจะแท้หรือไม่ ก็ให้ดูจากอายุการสร้าง ซึ่งในปัจจุบันนี้ทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าไปมาก มวลสารที่สร้างพระมา สามารถตรวจสอบอายุได้ ไม่จำเป็นต้องไปเชื่อตัวบุคคล ซึ่งอาจถูกหลอกได้
 
การตรวจทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้มี2วิธี

*** วิธีที่1 การตรวจด้วยรังสี

ด้วยการตรวจหาเปอร์เซ็นต์ค่าคาบอนด์จากมวลสารที่เป็นเนื้อพระ โดยนำมวลสารที่เป็นเนื้อพระหรือองค์พระสมเด็จนั้นมาบดให้ละเอียดด้วยปริมาณที่มากพอ(ประมาน3องค์)แล้วนำกรด hydro chloric มาทำปฎิกริยาจะเกิดควัน แล้วนำควันผ่านลงไปในของเหลว จากนั้นจะนำของเหลวเอาควันนั้นไว้ไปผ่านเข้าระบบตามกรรมวิธีของสถาบัน วิธีจะไม่ค่อยมีผู้นิยมเพราะต้องบดพระสมเด้จให้เป็นผงถึง3องค์ หากมีเพียง1-3องค์ก็จะไม่สามาถรกระทำได้ นอกจากว่าจะมีอยู่เป็นจำนวนมาก และอยากพิสูจน์ว่าเป็นสมเด็จแท้หรือไม่ ด้วยการดูอายุการสร้างก็จะกระทำได้ เช่นกรณี ผู้ที่มีสมเด็จจากกรุวัดกัลยามากๆการทดสอบหรือตรวจอายุการสร้างพระ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับทางสถาบัน ประมาณ7500บาท ต่อครั่ง ระยะเวลาการตรวจจะประมาณ2-3สัปดาห์จึงจะรู้ผล

*** วิธีที่2 การตรวจด้วยเคมี
เป็นการตรวจหาอายุพระการสร้างพระเนื้อผง เช่นพระสมเด็จ ด้วยวิธีทางเคมี วิธีนี้นำพระสมเด็จที่ประสงค์จะตรวจอายุการสร้างมา1องค์ ไม่ต้องทำลายด้วยการบดเป็นผง ผู้ตรวจจะใช้วิธีเจาะรูเล็กๆเพื่อนำผงพระเพียงเล็กน้อย มาทำปฎิกริยากับน้ำยาทางเคมีจากนั้นจะตรวจผลด้วยกล้องจุลทัศน์ ที่มีกำลังขยายสูงมากแล้วนำผลมาเทียบกับตารางแล้วแปลออกมาเป็นปี ที่พระองค์นี้ได้สร้างมาแล้ว การตรวจสอบด้วยวิธีนี้พระจะไม่ชำรุด ระยะเวลารอผลไม่นานประมาณ20นาที ก็จะทราบอายุของการสร้างพระ มีค่าใช่จ่ายองค์1000บาท หากพระแท้จะต้องเพิ่มอีก200บาทเป็นค่าใบรับรองผลการตรวจจากหน่วย (ถ้าพระไม่แท้ไม่เอาหนังสือก็ไม่ต้องชำระ) ผมได้นำพระกรุวัดกัลยาไปตรวจทั้ง2แห่ง ผลปรากฏออกมาคือ
จากผลการตรวจด้วยวิธีที่1 พระชุดนี้สร้างระหว่างปี พ.ศ.2408-2413
จากผลการตรวจด้วยวิธีที่2 คือทางเคมี
ผมนำไปตรวจหลายองค์
องค์ที่1อายุการสร้างมากกว่า142ปี
องค์ที่2 อายุการสร้างมากกว่า143ปี องค์ที่3อายุการสร้างมากกว่า146ปี(พระชุดนี้เป็นพิมพ์เกศทะลุ     ซุ้มทั้ง4องค์



*** สรุปผลจากการตรวจพระสมเด็จกรุวัดกัลยาทั้ง2วิธีนี้ได้ผลตรงกัน ทั้ง2สถาบันนี้อยู่คนละแห่ง ไม่รู้จักกัน และผมก็ไม่ได้บอกว่าไปตรวจที่ไหนมา ผมจึงมั่นใจ100เปอร์เซ็นต์ พระกรุวัดกัลยานี้ เป็นพระที่สมเด็จพุฒาจารย์โตเป็นผู้สร้างขึ้น ใครยังไม่มีก็หาเก็บเอาไว้ใช้ เพราะเป็นของดีที่ราคายังไม่สูง แต่ระวังอย่าไปจับเอาของฝีมือก็แล้วกัน เพื่อนๆสมาชิกช่วยแชร์ข้อความนี้ให้เพื่อนได้ทราบกันด้วยนะครับจะขอบคุณมากๆ