วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562

#เปิดโปงพระเก๊นาดูน ตอนที่ 9

     อ้างอิงข่าวสารจากสื่อต่างๆโดยไม่มีการตรวจสอบข้อมูลความจริง ไม่ต่างอะไรกับคนที่ยังเชื่อว่าโลกนี้ยังมีลักษณะแบนอยู่
     ภาพตัวอย่างในหนังสือเหล่านี้ได้สอบถามข้อมูลไปยังบรรณาธิการหนังสือเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า หนังสือมีการนำเสนอภาพเฉพาะเนื้อหาของวัตถุสิ่งของต่างๆที่จัดแสดงอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลวัตถุสิ่งของที่จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์ได้อธิบายไว้ว่าวัตถุสิ่งของบางอย่างพิพิธภัณฑ์ไม่สามารถจัดหาของของเก่า เช่น พระกรุนาดูนแท้ มาจัดแสดงให้ประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้ จึงนำตัวอย่างพระเก๊ที่ปรากฎอยู่ในหนังสือดังกล่าวมาจัดแสดงแทน เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ศึกษาลักษณะบางอย่างเกี่ยวกับพุทธศิลป์ที่มีความคล้ายคลึงกันกับพระกรุนาดูนที่ขุดพบในปี 2522 และเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์ได้อธิบายข้อมูลไว้อย่างชัดเจนกับผู้ที่เข้าชมว่าเป็นพระนาดูนที่จัดแสดงเป็นพระลอกเลียนแบบที่สร้างขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่พระกรุนาดูนแท้ที่ขุดพบพร้อมกับพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อปี 2522 แต่อย่างใด หากใครยังมีข้อสงสัยประการใดให้ติดต่อสอบถามข้อมูลหรือเข้าไปศึกษาเรียนรู้ที่พิพิธภัณฑ์ได้โดยตรง ซึ่งจะได้รับข้อมูลความจริงที่ถูกต้องมากกว่าการอ่านเรื่องราวจากการนำเสนอข้อมูลบางส่วนของสื่อต่างๆ
     การจะอ้างอิงเอกสารหรือหลักฐานพยานใดๆควรมีการตรวจสอบความจริงและความถูกต้องเสียก่อนไม่ใช่แค่ว่าหยิบยกขึ้นมากล่าวอ้างลอยๆ แล้วหลงมโนเข้าใจผิด คิดเอง เออเอง ว่าสิ่งที่สื่อต่างๆนำเสนอนั้นเป็นการยืนยันรับรองว่าพระเก๊นาดูนที่เห็นเป็นพระกรุนาดูนแท้
     การศึกษาเรียนรู้สิ่งใดๆให้ตรวจสอบที่มาและความถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน ก่อนที่จะนำมาเสนอให้กับสาธารณชนได้รับรู้ การนำเสนอข้อมูลแต่ละอย่างจากข่าวสารสิ่งพิมพ์หรือสื่อต่างๆที่ได้รับรู้แล้วนำมาถ่ายทอดบอกต่อแก่ผู้อื่นนั้นมันบ่งบอกถึงระดับสติปัญญาและความรู้ในการศึกษาสิ่งที่นำมาเสนอว่าคุณเข้าใจในรายละเอียดและวิเคราะห์แยกแยะสังเคราะห์ความจริงมากน้อยเพียงใด ถ้าหลับหูหลับตาหยิบยกประเด็นต่างๆขึ้นมานำเสนอโดยที่ไม่ผ่านการวิเคราะห์ตรวจสอบความจริงแล้วล่ะก็ สุดท้ายก็เป็นพวกบ้าหอบฟางที่อ้างข้อมูลโดยไม่รู้ความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว
ผู้เรียบเรียง เศรษฐศาสตร์ อินทรพานิชย์

#เปิดโปงพระเก๊นาดูน ตอนที่ 8

     ความผิดพลาดของภาพพระเก๊ที่ปะปนอยู่ในภาพพระแท้ ทำให้ข้อมูลทุกอย่าง บิดเบือนความจริงและทำให้ประชาชนบางคนหลงเชื่อข้อมูลที่ผิดพลาดเหล่านี้
     จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นว่าทำไมถึงมีภาพพระเก๊นาดูนปะปนอยู่กับพระกรุนาดูนแท้ตามภาพที่เห็น ซึ่งภาพดังกล่าวจัดแสดงอยู่ในบริเวณองค์พระธาตุนาดูน โดยไม่มีแก้ไขหรือตรวจสอบมาตั้งแต่ต้น ทำไมถึงปล่อยให้มีการจัดแสดงภาพดังกล่าวให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดมานานหลายปี
     ซึ่งได้รับคำตอบจากคณะกรรมการที่ดูแลองค์พระธาตุนาดูนว่าภาพพระเก๊นาดูนที่ปะปนอยู่ในภาพดังกล่าวนั้นเป็นการเข้าใจผิดของโรงพิมพ์ที่คิดว่าพระเก๊นาดูนเหล่านี้ที่พบเห็นในอินเตอร์เน็ตเป็นพระกรุนาดูนแท้ จึงนำภาพพระเก๊นาดูนมาจัดพิมพ์ลงให้ครบตามจำนวนช่องของพื้นที่ที่เหลืออยู่เพื่อความสวยงามในการจัดแสดงภาพถ่ายเท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะตามมาแต่อย่างใด
     อันเป็นสาเหตุทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งเกิดความเข้าใจผิดมาโดยตลอดว่าตัวอย่างที่เห็นเป็นพระกรุนาดูน ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการศึกษาเกี่ยวกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีในเวลาต่อมาอย่างชัดเจน โดยมีการเอาภาพดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับพระเก๊ที่สร้างขึ้นมาใหม่ แล้วอ้างว่าเป็นหนึ่งในพระพิมพ์พระเครื่องของพระกรุนาดูนที่ค้นพบพร้อมกับพระบรมสารีริกธาตุในปี 2522 ทำให้เกิดผลกระทบในเชิงลบเป็นอย่างยิ่งในแวดวงการศึกษาพระเครื่องและวัตถุโบราณ
     เมื่อคณะกรรมการดูแลองค์พระธาตุนาดูนได้ทำการตรวจสอบแล้วพบว่ามีภาพพระเก๊ปะปนอยู่ จึงได้มีการแก้ไขพิมพ์ภาพขึ้นมาใหม่ให้เป็นภาพพระกรุนาดูนที่ถูกต้องตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี เพียงแต่ยังไม่มีการปลดป้ายภาพเก่าออก ซึ่งอยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินการแก้ไขปรับปรุงอยู่
     ปัจจุบันนี้คณะกรรมการที่ดูแลองค์พระธาตุนาดูนได้มีการพิจารณาแก้ไขปรุบปรุงเปลี่ยนแปลงและทำการปลดภาพที่มีพระเก๊นาดูนปะปนอยู่ออกเป็นที่เรียบร้อยแล้วและมีการนำภาพพระกรุนาดูนที่ถูกต้องนำมาจัดแสดงแทนซึ่งมีดูความสวยงามอย่างยิ่ง เพื่อให้ประชาชนได้เคารพสักการะกราบไหว้บูชาแต่สิ่งที่ถูกต้องและดีงาม และถ้าหากผู้ใดมีการนำภาพดังกล่าวเหล่านี้ไปแอบอ้างอีก จนทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อคณะกรรมการที่ดูแลองค์พระธาตุนาดูน ทางคณะกรรมการจะมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าจะมีการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อเอาผิดกับบุคคลที่แอบอ้างเผยแพร่ บิดเบือน ข้อมูล อันเป็นเท็จอย่างแน่นอน
     การนำเสนอข้อมูลเก่าๆเดิมๆที่มีการแก้ไขปรับปรุงแล้วเพื่อยืนยันว่าพระเก๊นาดูนที่เห็นในภาพดังกล่าวจะกลายเป็นพระกรุนาดูนแท้ ก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ยังมีความเชื่อว่าโลกนี้ยังแบนอยู่ ทุกอย่างเมื่อมีการแก้ไขปรับปรุงและพิสูจน์ความจริงอย่างถูกต้องชัดเจนแล้วก็ควรที่จะยอมรับความจริง ไม่ใช่ดันทุรังเอาข้อมูลเก่าๆเดิมๆมาอ้างอิง เพียงเพื่อให้เกิดผลประโยชน์แก่กลุ่มและพวกพ้องของตัวเองเท่านั้น โดยที่ไม่คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรมเลยแม้แต่น้อย ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่ใช่แนวทางการศึกษาอย่างปราชญ์อย่างแท้จริง
ผู้เรียบเรียง เศรษฐศาสตร์ อินทรพานิชย์

#เปิดโปงพระเก๊นาดูน ตอนที่ 7

   #เปิดโปงพระเก๊นาดูน ตอนที่ 7
เก๊อย่างไร เก๊โดยไม่ต้องสงสัย เก๊ตาเปล่า เก๊ลวงโลก ชี้แจงชัดเจนตรงประเด็นใน #เปิดโปงพระเก๊นาดูน ตอนที่ 6 มาติดตามต่อตอนที่ 7 คำถามที่พระเก๊นาดูนไม่มีวันตอบได้
1.ไม่เคยมีหลักฐานการขุดค้นพบในเขตพื้นที่ อ.นาดูน จ.มหาสารคาม แต่อย่างใด 
#พระเก๊นาดูนจะอธิบายได้ว่าอย่างไร

2.ปลอมแปลงเอกสารใบรับรองของ สทน.
#พระเก๊นาดูนจะอธิบายได้ว่าอย่างไร
3.เอาพระเก๊ไปหลอกให้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำการทดลองด้วยเครื่อง SEM-EDS/EDX แล้วสรุปว่าเป็นพระกรุนาดูนแท้
#พระเก๊นาดูนจะอธิบายได้ว่าอย่างไร
4.เอาเศษภาชนะแตกหักไปตรวจหาอายุที่ต่างประเทศ แล้วอ้างว่าเป็นการตรวจสอบหาอายุของพระเก๊นาดูน
#พระเก๊นาดูนจะอธิบายได้ว่าอย่างไร
5.เอาพระเก๊ไปตรวจหาชนิดและปริมาณของธาตุแล้วอุตริว่าเป็นพระกรุนาดูนเนื้อแร่
#พระเก๊นาดูนจะอธิบายได้ว่าอย่างไร
6.พุทธศิลป์ที่อุปโลกน์ขึ้นมาบิดเบือนหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีของแหล่งอารยธรรมในแต่ละท้องถิ่นอย่างชัดเจน
#พระเก๊นาดูนจะอธิบายได้ว่าอย่างไร
7.พระเก๊นาดูนไม่มีหลักฐานเอกสารหรือพยานใดๆที่สามารถอธิบายความจริงเกี่ยวกับข้อมูลวิชาการด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี ข้อมูลทุกอย่างเป็นการปะติดปะต่อกันขึ้นมาไม่สอดคล้องกับข้อมูลเชิงวิชาการใดๆไม่มีหน่วยงานราชการและสถาบันเอกชนใดยืนยันรับรองว่าตัวอย่างพระเก๊เป็นโบราณวัตถุ
#พระเก๊นาดูนจะอธิบายได้ว่าอย่างไร
8.เรื่องราวเล่าของ "คนขุดกรุ" เป็นการอุปโลกน์ขึ้นมาทั้งสิ้น ความจริงกับคำบอกเล่าไม่สอดคล้องตรงกันกับเหตุการณ์การขุดพบพระกรุนาดูนเมื่อปี 2522
#พระเก๊นาดูนอธิบายได้ว่าอย่างไร
9.ในวงการพระเครื่อง สมาคมฯและผู้มีความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับพระกรุนาดูนต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็น พระเก๊ พระปลอม ของลอกเลียนแบบ
#พระเก๊นาดูนจะอธิบายได้ว่าอย่างไร
10.พระเก๊นาดูนไม่เคยนำไปจัดแสดงนิทรรศการอย่างเป็นทางการให้คนในท้องถิ่นได้ศึกษาเรียนรู้แต่อย่างใด เพราะคนในท้องถิ่นต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นพระเก๊ พระปลอม ของลอกเลียนแบบ
#พระเก๊นาดูนอธิบายได้ว่าอย่างไร
เก๊แบบไหน เก๊อย่างไร มีคำตอบชี้ชัด เก๊ 10 ข้อ วิเคราะห์ เจาะลึก ชัดเจน ถูกต้อง ตรงประเด็น สามารถตรวจสอบและพิสูจน์ความจริงได้ตามข้อมูลหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี พระเก๊นาดูนยืนยันเก๊ทุกศาล เก๊ลวงโลก เก๊ทุกสถาบัน เก๊ยันโลกแตก มีคำตอบแล้วแต่แท้อย่างไรกลับไร้คำตอบอย่างสิ้นเชิง
#อธิบายได้อย่างไรว่าพระเก๊นาดูนเหล่านี้ถึงจะกลายเป็นพระกรุนดูนแท้ หาคำตอบ พยาน หลักฐาน มาพิสูจน์ให้เห็นความจริง ได้หรือไม่
ผู้เรียบเรียง : เศรษฐศาสตร์ อินทรพานิชย์

วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2562

#เปิดโปงพระเก๊นาดูน ตอนที่ 6

     

     เก๊อย่างไร เก๊โดยไม่ต้องสงสัย เก๊ตาเปล่า เก๊ลวงโลก
1.ไม่เคยมีหลักฐานการขุดค้นพบในเขตพื้นที่อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม แต่อย่างใด
2.พระเก๊นาดูนมีการปลอมแปลงเอกสารใบรับรองของ สทน. และ สทน. ออกหนังสือยืนยันว่ามีปลอมแปลงเอกสารดังกล่าวอย่างชัดเจน
3.เอาพระเก๊นาดูนไปหลอกให้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำการทดลองด้วยเครื่อง SEM-EDS/EDX แล้วสรุปว่าเป็นพระกรุนาดูนแท้
4.เอาเศษภาชนะแตกหักไปตรวจหาอายุที่ต่างประเทศ แล้วอ้างว่าเป็นการตรวจอายุของพระเก๊นาดูน
5.เอาพระเก๊นาดูนไปตรวจหาชนิดและปริมาณของธาตุแล้วอุตริว่าเป็นพระกรุนาดูนเนื้อแร่
6.พุทธศิลป์ที่อุปโลกน์ขึ้นมาบิดเบือนหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีของแหล่งอารยธรรมในแต่ละท้องถิ่นอย่างชัดเจน
7.พระเก๊นาดูนไม่มีหลักฐานเอกสารหรือพยานใดๆที่สามารถอธิบายความจริงเกี่ยวกับข้อมูลวิชาการด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี ข้อมูลทุกอย่างเป็นการปะติดปะต่อกันขึ้นมาไม่สอดคล้องกับข้อมูลเชิงวิชาการใดๆ
8.เรื่องราวเล่าของ "คนขุดกรุ" เป็นการอุปโลกน์ขึ้นมาทั้งสิ้น ความจริงกับคำบอกเล่าไม่สอดคล้องตรงกันกับเหตุการณ์การขุดพบพระกรุนาดูนเมื่อปี 2522
9.ในวงการพระเครื่อง สมาคมฯและผู้มีความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับพระกรุนาดูนต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็น พระเก๊ พระปลอม ของลอกเลียนแบบ
10.พระเก๊นาดูนไม่เคยนำไปจัดแสดงนิทรรศการอย่างเป็นทางการให้คนในท้องถิ่นได้ศึกษาเรียนรู้แต่อย่างใด เพราะคนในท้องถิ่นต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นพระเก๊ พระปลอม ของลอกเลียนแบบ

เก๊อย่างไร คำตอบ เก๊ 10 ข้อ ชัดเจน ตรงประเด็น สามารถตรวจสอบและพิสูจน์ความจริงได้ตามข้อมูลหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ยืนยันเก๊ทุกศาล เก๊ทุกสถาบัน เก๊ยันโลกแตก

ผู้เรียบเรียง : เศรษฐศาสตร์ อินทรพานิชย์

วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2562

#เปิดโปงพระเก๊นาดูน ตอนที่ 5

          เรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาของพระเก๊นาดูนได้ส่งกลิ่นเหม็นเน่าฉาวโฉ่และเป็นเรื่องตลกโปกฮาปาหี่ไปทั่วทั้งวงการพระเครื่องเมืองไทยมาได้สักระยะเวลาหนึ่งแล้ว การอุตริอุปโลกน์พิมพ์พระต่างๆไม่ว่าจะเป็น พิมพ์พระสมเด็จนาดูน พิมพ์ฤาษีนาดูน พิมพ์พระพิฆเนศนาดูน พิมพ์พระนารายณ์ทรงปืนนาดูน พิมพ์พระร่วงรางปืนนาดูน พิมพ์พระร่วงนาดูน ตะกรุดนาดูน ลูกปะคำนาดูน และพิมพ์อื่นๆอีกสารพัด พิมพ์พระเหล่านี้ล้วนเป็นศิลปะหลงยุคหลงสมัยอย่างแท้จริ เป็นการจับฉ่าย ตัดต่อ แต่งเติม ยำละเลงข้อมูลมาผสมปนเปเข้าด้วยกัน โดยที่ไม่ได้อ้างอิงถึงเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของศิลปะในยุคสมัยและแหล่งอารยธรรมต่างๆที่ถูกต้องอย่างแท้จริง ทำให้คนที่ไม่มีความรู้เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และโบราณคดีมาก่อน เสียหลักหลงทางและมีความเข้าใจที่ผิดๆคิดว่าศิลปะของพระพิมพ์พระเครื่องเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยทวารวดี ถ้าหากศึกษา "ศิลปะทวารวดี" ตามหลักฐานของโบราณวัตถุที่กรมศิลปากรค้นพบในแหล่งอารยธรรมโบราณคดีต่างๆจะทำให้เราเข้าใจในรายละเอียดของเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของศิลปะได้เป็นอย่างดีว่าเป็นอย่างไร
     จตุคามรามเทพเป็นอีกหนึ่งในพระพิมพ์พระเครื่องที่ถูกอุตริอุปโลกน์ขึ้นมาว่ามีการขุดพบในกรุพระธาตุนาดูนพร้อมกับพระบรมสารีริกธาตุเมื่อปี 2522 ในเขตพื้นที่ของอำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม โดยอุตริอุปโลกน์เรียกขานกันว่า "ลูกสะบ้านาดูน" เมื่อมีตรวจสอบรายละเอียดต่างๆพบว่า "ลูกสะบ้านาดูน" มีลักษณะลอกเลียนแบบมาจากพิมพ์จตุคามรามเทพ รุ่นราชันย์ดำ รุ่นโคตรเศรษฐี รุ่นเก้าหน้า มหาโชคมหาเศรษฐี ซึ่งผู้ออกแบบจตุคามรามเทพรุ่นราชันย์ดำและรุ่นโคตรเศรษฐี คือช่างเม้า ประชา สมจิตร ออกแบบขึ้นในช่วงประมาณปี 2549 ที่ผ่านมา 10 กว่าปีนี้เอง
     ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่ค้นพบปรากฏว่า สมัยศรีวิชัยพุทธศาสนาที่เจริญรุ่งเรืองในอาณาจักรศรีวิชัยเป็นพุทธศาสนาแบบมหานิกาย มีพุทธศิลป์ที่มีชื่อเสียง คือ มหาเจดีย์บุโรบุโดที่เกาะชวา และเจดีย์พระบรมธาตุไชยา จ.สุราษฎร์ธานี นอกจากนี้ยังมี พระอวโลกิเตศวรและพิมพ์พระเล็กๆ เป็นรูปของอวโลกิเตศวรด้วย ส่วน จ. ตรัง อยู่ที่ถ้ำเขาวิหาร มีกรุบรรจุพระพิมพ์เล็กๆเป็นศิลป์แบบปาละ จ. พัทลุง อยู่ที่ถ้ำคูหาสวรรค์ เขาอกทะลุ จ. ยะลา อยู่ที่ถ้ำเขาตระเภา ทั้ง 3 จังหวัดสุดท้ายนี้ ซึ่งล้วนเป็นคตินิยมของมหายาน ส่วนมากค้นพบเฉพาะพระพิมพ์เล็กๆและรูปแกะสลักเล็กๆเท่านั้น ซึ่งพระพิมพ์เล็กๆที่ค้นพบส่วนใหญ่เป็นดินดิบที่ทำขึ้นตามประเพณีของลัทธิมหายาน คือ เมื่อเผาศพพระเถระแล้วเอาอัฐธาตุโขลกเคล้ากับดินแล้วพิมพ์เป็นพระพุทธรูปหรือรูปพระโพธิสัตว์ เพื่อประสงค์ปรมัตถประโยชน์แก่ผู้มรณภาพ อัฐธาตุนั้นเผามาครั้งหนึ่งแล้วจึงไม่เผาอีก มิใช่ทำเพื่อหวังจะสืบอายุพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังได้พบวัตถุโบราณและพระพุทธรูปกระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ นับแต่สุราษฎร์ธานี จ.ปัตตานีและไทรบุรี ที่นครศรีธรรมราชได้พบจารึกที่วัดเสมาเมือง บรรยายถึงพระจริยาวัตรที่ประกอบด้วยคุณธรรม (ตามแนวมหายาน) พูดถึงการสร้างปราสาท 3 หลัง และการสร้างพระสถูป 3 องค์ เป็นต้น
พุทธศาสนาแบบมหานิกายในสมัยศรีวิชัย ไม่สามารถแผ่ขยายอิทธิพลเลยสุราษฎร์ธานีขึ้นมาได้ เพราะเวลานั้นเหนือขึ้นมาเป็นเขตอิทธิพลของพุทธศาสนาแบบเถรวาทหรือหินยาน ซึ่งคติความเชื่อในพุทธศาสนาแบบมหายานกับเถรวาทนั้นแตกต่างกัน ดังนั้นศิลปะพระพิมพ์พระเครื่องก็แตกต่างกันตามคติความเชื่อของแต่ละนิกาย ฝ่ายเถรวาทสร้างพระพิมพ์พระเครื่องเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ส่วนฝ่ายมหายานสร้างพระพิมพ์พระเครื่อง เพื่อปรมัตถประโยชน์แก่ผู้มรณภาพ โดยต้องการเป็นพระโพธิสัตว์
ในเมื่ออิทธิพลของพุทธศาสนาแบบมหายานไม่สามารถแผ่อิทธิพลขึ้นมาทางเหนือได้ ดังนั้นการสร้างพระพิมพ์พระเครื่อง ตามคติความเชื่อแบบมหายานซึ่งเป็น "ศิลปะศรีวิชัย" จึงไม่สามารถแผ่อิทธิพล มายังอาณาจักรต่างๆทางภาคอีสานในสมัยทวารวดีได้
     การกล่าวอ้างว่ามีการค้นพบพระพิมพ์โพธิสัตว์นาดูนหรือ "ลูกสะบ้านาดูน" ซึ่งเป็นคติความเชื่อในพุทธศาสนาแบบมหานิกายจึงเป็นการอุตริอุปโลกน์ขึ้นมาเองทั้งสิ้น เพราะดินแดนสุวรรณภูมิแถบภาคอีสานในสมัยทวารวดีนับถือพระพุทธศาสนาแบบเถรวาทหรือหินยานมาแต่ดั้งเดิม
     ข้อมูลหลักฐานทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีปรากฏอย่างชัดเจนแล้วว่าศิลปะแต่ละยุคสมัยในแหล่งอารยธรรมของแต่ละท้องถิ่นบ่งบอกเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของพระพิมพ์พระเครื่องไว้อย่างชัดเจน การอ้างหลักฐานใดๆที่ไม่สอดคล้องกับหลักฐานเดิมที่ปรากฏอยู่แล้ว จึงเป็นการศึกษาแบบมโนจินตนาการ ทั้งสิ้น


ผู้เรียบเรียง เศรษฐศาสตร์ อินทรพานิชย์

วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2562

#เปิดโปงพระเก๊นาดูน ตอนที่ 1

ประเด็นและข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวอย่างวัตถุเหล่านี้ที่อ้างว่าเป็นพระกรุนาดูน มีดังนี้ 1.ตัวอย่างวัตถุเหล่านี้อ้างว่าเป็นพระกรุนาดูน มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ขุดพบเมื่อปี พ.ศ.ใด ขุดพบที่ไหน อ้างอิงพยานแวดล้อมและพยานบุคคลใดมายืนยันว่าตัวอย่างวัตถุเหล่านี้ขุดพบพร้อมพระบรมสารีริกธาตุเมื่อปี 2522 ซึ่งมีที่ผู้อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่มีการขุดพบวัตถุเหล่านี้และไม่รู้จักกับบุคคลที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาว่าเป็น "คนขุดกรุ" ตามคลิปวิดีทัศน์การให้สัมภาษณ์ในยูทูปนี้ https://m.youtube.com/watch?v=a7T7ib898uo#searching https://m.youtube.com/watch?v=RAaSwbAe1uc และบุคคลที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นเป็น "คนขุดกรุ" ดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ขุดพบพระกรุนาดูนและพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อปี 2522 ตามที่เคยมีการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อโทรทัศน์ว่า "เป็นผู้คุมชาวบ้าน 30,000 คน ขุดกรุและเป็นผู้นำพระบรมสารีริกธาตุไปขาย" ซึ่งคำกล่าวอ้างทั้งหมดของคนที่อุปโลกน์เป็น "คนขุดกรุ" ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดและทุกอย่างเป็นการแต่งเรื่องโกหกขึ้นมาทั้งสิ้น 2. ก่อนที่จะมีการกล่าวอ้างว่าตัวอย่างวัตถุเหล่านี้เป็นพระกรุนาดูนได้มีการศึกษาเรียนรู้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับพระกรุนาดูนที่ค้นพบพร้อมกับพระบรมสารีริกธาตุเมื่อปี 2522 มาก่อนหรือไม่ 3. ตัวอย่างวัตถุเหล่านี้อ้างว่า เป็นพระกรุนาดูนเคยมีการนำไปเปรียบเทียบกับพระกรุนาดูนที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จ.ขอนแก่น ที่กรมศิลปากรมีการตรวจสอบและขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุหรือไม่และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันแล้วมีลักษณะทางกายภาพเหมืิอนหรือแตกต่างกันอย่างไร 4.เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าตัวอย่างวัตถุทั้งสองชนิดมีลักษณะทางกายภาพแตกต่างกัน โดยที่วัตถุเหล่านี้ที่อ้างว่าเป็นพระกรุนาดูนแตกต่างจากหลักฐานทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่เคยมีบันทึกไว้เมื่อปี 2522 อย่างสิ้นเชิง และปรากฎว่ากรมศิลปากรไม่มีข้อมูลใดๆที่แสดงว่าเคยมีการตรวจสอบมาก่อนและไม่มีการขึ้นทะเบียนตัวอย่างวัตถุพวกนี้เป็นโบราณวัตถุของชาติของแผ่นดินแต่อย่างใด ดังนั้นวัตถุเหล่านี้ใช้หลักวิชาการด้านใดมาพิสูจน์ยืนยันว่าเป็นพระกรุนาดูนแท้และมีหน่วยงานราชการหรือสถาบันด้านโบราณคดีของหน่วยงานเอกชนใดการันตียืนยันรับรองว่าวัตถุดังกล่าวเป็นโบราณวัตถุที่ถูกต้องตามหลักวิชาการด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี 5.นอกจากข้อมูลที่ได้รับจากผู้ที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาว่าเป็นคนขุดพบพระกรุนาดูนพร้อมกับพระบรมสารีริกธาตุเมื่อปี 2522 ยังมีชาวบ้านหรือตัวแทนท้องถิ่นคนใดและหน่วยงานราชการในพื้นที่อำเภอนาดูนออกมายืนยันข้อมูลเกี่ยวกับตัวอย่างวัตถุที่อ้างว่าเป็นพระกรุนาดูนเหล่านี้เป็นพระกรุนาดูนที่ขุดพบพร้อมพระบรมสารีริกธาตุเมื่อปี 2522 หรือไม่ จากประเด็นที่กล่าวมาทั้งหมด 5 ข้อ วัตถุเหล่านี้ไม่สามารถตรวจพิสูจน์หาความจริงได้ ไม่มีประวัติความเป็นมาที่ถูกต้องและชัดเจน ไม่มีหน่วยงานราชการหรือสถาบันเอกชนใดๆการันตีรับรองว่าเป็นโบราณวัตถุ ไม่มีข้อมูลเชิงวิชาการด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีมาสนับสนุนรองรับแต่ประการใด ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าตัวอย่างวัตถุเหล่านี้เป็นเพียงวัตถุลอกเลียนแบบโบราณวัตถุเท่านั้นและไม่ใช่โบราณวัตถุที่มีอายุ 1300 ปี ที่สร้างขึ้นในยุคสมัยทวารวดีแต่อย่างใด และการเผยแพร่ข้อมูลหรือตัวอย่างภาพใดๆที่เกี่ยวข้องกับวัตถุเหล่านี้ แล้วการกล่าวอ้างว่าเป็น "พระกรุนาดูน" จึงเป็นการนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จและเป็นการบิดเบือนหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีของชาติของแผ่นดินอย่างแน่นอน ส่วนมุมมองของผู้นิยมศึกษาและศรัทธาพระเครื่องที่เป็นมาตรฐานสากลนิยมต่างก็ยืนยันว่าตัวอย่างวัตถุเหล่านี้ก็เป็นเพียง พระเก๊ พระปลอม ที่ถูกอุตริอุปโลกน์ขึ้นมาว่าเป็น "พระกรุนาดูน" เท่านั้น สำหรับผู้ที่จะศึกษาและสะสมพระกรุนี้ ขอให้มีการใช้วิจารณญาณและตรวจสอบ ข้อมูลความจริงทุกครั้ง ก่อนที่จะมีการ เช่าบูชา แลกเปลี่ยน สะสม มิฉะนั้นอาจจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้ที่เอา พระเก๊ พระปลอม มาหลอกขายหรือให้เช่าบูชาโดยการอ้างว่าเป็นการทำบุญเพื่อสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ การเผยแพร่ข้อมูลนี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและส่วนรวม โดยไม่หวังผลประโยชน์ตอบแทนใดๆทั้งสิ้น

ผู้เรียบเรียง : เศรษฐศาสตร์ อินทรพานิชย์

#เปิดโปงพระเก๊นาดูน ตอนที่ 2

เก๊เกลื่อนสนามพระ เก๊เหนือ เก๊อีสาน เก๊ใต้ เก๊กลาง เก๊ตะวันออก เก๊ตะวันตก เก๊สามโลก เก๊ยันต่างดาว เก๊ยันโลกแตก ไขประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบพระกรุนาดูนเก๊ที่มีกล่าวอ้างว่าผ่านการตรวจสอบโดยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าตัวอย่างพระนาดูนเก๊ที่ผ่านการตรวจสอบแล้วจะกลายเป็นพระกรุนาดูนแท้ได้ ซึ่งประเด็นนี้มีการไขข้อสงสัยในเทคนิคการตรวจสอบ 3 วิธีการดังนี้ เทคนิควิธีการตรวจสอบที่ 1 ตรวจสอบด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า SEM-EDS/EDX โดยนักศึกษาภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในหัวข้อปัญหาพิเศษเรื่อง "การศึกษาคุณสมบัติเฉพาะของพระกรุนาดูน จังหวัดมหาสารคาม"

เทคนิควิธีการตรวจสอบที่ 2 การตรวจสอบหาอายุของวัตถุ โดยการวัดการเรืองแสงเมื่อได้รับความร้อน (Thermoluminescence)

เทคนิควิธีการตรวจสอบที่ 3 การวิเคราะห์ชนิดของธาตุและปริมาณธาตุในตัวอย่างวัตถุด้วยเครื่อง (X-ray Fluorescence) โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
เทคนิคการตรวจสอบทั้ง 3 วิธีการเป็นการนำเอาเครื่องมือและเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูงมาใช้ในการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างวัตถุ ดังนั้นเราทุกคนจึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานมากพอสมควรเกี่ยวกับเรื่องของวิทยาศาสตร์ รู้จักหลักการของวิธีการใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์และจุดประสงค์ของเทคนิคต่างๆที่นำใช้ตรวจสอบตัวอย่างวัตถุอย่างถูกต้องเสียก่อน มิฉะนั้นก็จะทำให้เราเข้าใจเกี่ยวกับผลการทดลองอย่างผิดๆแล้วนำมาอธิบายให้คนอื่นฟังอย่างผิดๆถูกๆบิดเบือนประเด็นและหลักการที่ถูกต้อง
เจาะลึกทุกประเด็นและไขข้อสงสัยเกี่ยวกับเทคนิคต่างๆที่ใช้ตรวจสอบตัวอย่างวัตถุในเอกสารใบรายงานต่างๆดังนี้ 1. ตรวจสอบโดยเครื่อง SEM-EDS/EDX ตัวอย่างที่นำมาทดลองได้จากคุณหมอท่านหนึ่ง ซึ่งแจ้งต่อผู้ทำการทดลองว่า ตัวอย่างชุดแรกเป็นพระกรุนาดูนแท้และตัวอย่างอีกชุดเป็นของทำเลียนแบบพระกรุนาดูน
จากภาพตัวอย่างในรายงานปัญหาพิเศษฉบับนี้ปรากฎว่าตัวอย่างทั้ง 2 ชุด ที่นำมาทดลองในครั้งนี้ไม่ใช่พระกรุนาดูนที่มีลักษณะทางกายภาพเช่นเดียวกับพระกรุนาดูนที่ค้นพบพร้อมกับพระบรมสารีริกธาตุเมื่อปี 2522 แตกต่างจากตัวอย่างพระกรุนาดูนที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุที่มีการจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จังหวัดขอนแก่น อย่างสิ้นเชิง จึงสรุปเบื้องต้นได้ว่าผู้ทำการทดลองในหัวข้อปัญหาพิเศษเรื่อง "การศึกษาคุณสมบัติเฉพาะของพระกรุนาดูน จังหวัดมหาสารคาม" ไม่เคยมีความรู้เกี่ยวกับความจริงหลักฐานทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีของพระกรุนาดูนมาก่อนเลยแม้แต่นิดเดียว ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับตัวอย่างได้มาจากคุณหมอผู้ที่นำตัวอย่างมาให้นักศึกษาทำการทดลองเพียงด้านเดียวเท่านั้น ผู้ทำการทดองไม่เคยมีการศึกษาและไม่เคยนำตัวอย่างทั้งสองชุดไปเปรียบเทียบกับตัวอย่างพระกรุนาดูนแท้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแต่อย่างใด
เมื่อนำตัวอย่างทดลองทั้ง 2 ชุดมาตรวจวิเคราะห์ด้วยเครื่อง SEM-EDS/EDX เพื่อวิเคราะห์หาชนิดกับปริมาณของแร่ธาตุและโครงสร้างลักษณะทางกายภาพของตัวอย่างด้วยกล้องขยายกําลังสูง นำผลทดลองที่ได้มาเปรียบเทียบกัน แล้วสรุปตัวอย่างทั้ง 2 ชุดว่ามีความแตกต่างกันของแร่ธาตุอย่างไร การทดลองเป็นไปตามหลักการและทฤษฎีของการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างวัตถุโดยใช้เครื่อง SEM-EDS/EDX ทุกประการ แต่ตัวอย่างที่นำมาทดลองเท่านั้นที่ไม่ถูกต้องตามหลักการ เพราะตัวอย่างทั้ง 2 ชุดที่ได้จากคุณหมอไม่ใช่พระกรุนาดูนแท้ที่ถูกต้องตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่ขุดพบเมื่อปี 2522 ตัวอย่างที่นำมาทดลองเป็นเพียงวัตถุหรือของทำเลียนแบบพระกรุนาดูนเท่านั้น ดังนั้นจึงสรุปผลการทดลองได้ว่าปัญหาพิเศษเรื่อง "การศึกษาคุณสมบัติเฉพาะของพระกรุนาดูน จังหวัดมหาสารคาม" ของนักศึกษาท่านนี้ไม่สามารถนำมาใช้อ้างอิงเป็นข้อมูลเชิงวิชาการในการศึกษาเกี่ยวกับพระกรุนาดูนได้แต่อย่างใด แต่ปัญหาพิเศษฉบับนี้สามารถนำมาใช้อธิบายหลักการเกี่ยวกับใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า SEM-ES/EDX ได้เป็นอย่างดีและการทดลองของนักศึกษาในครั้งนี้เป็นเพียงการทำรายงานปัญหาพิเศษของเด็กนักศึกษามหาวิทยาลัยไม่ใช่เป็นการทำวิทยานิพนธ์หรือเป็นผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แต่อย่างใด 2.ตรวจสอบด้วยเทคนิค Thermoluminescence จากภาพในเอกสารปรากฏว่าตัวอย่างที่นำใช้ทดลองด้วยเทคนิคนี้ไม่ใช่ตัวอย่างวัตถุที่อ้างว่าเป็นพระกรุนาดูน(พระเก๊) ภาพในใบรายงานการทดลองเป็นเพียงเศษชิ้นส่วนของภาชนะที่แตกหัก ซึ่งสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในเขตพื้นที่ของ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม การนำตัวอย่างดังกล่าวไปตรวจสอบแล้วนำมาอนุมานเป็นอายุของตัวอย่างพระเก๊ ไม่สามารถสรุปได้ว่าผลการทดลองที่ได้เป็นอายุของตัวอย่างวัตถุที่อ้างว่าเป็นพระกรุนาดูน (พระเก๊) อย่างแน่นอน ดังนั้นรายงานเอกสารที่นำแสดงในประเด็นนี้ สรุปผลการทดลองได้ว่าตัวอย่างที่ผ่านการทดสอบด้วยเทคนิค Thermoluminescence ไม่สามารถนำมาใช้อ้างอิงเป็นข้อมูลเชิงวิชาการในการศึกษาเกี่ยวกับพระกรุนาดูนได้แต่อย่างใด 3.ตรวจสอบด้วยเทคนิคการใช้เครื่อง X-ray Fluorescenc โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เทคนิคและเครื่องมือดังกล่าวเป็นเพียงการตรวจวิเคราะห์หาชนิดและปริมาณของแร่ธาตุในตัวอย่างของวัตถุเท่านั้น ผลการทดลองไม่สามารถพิสูจน์ตัวอย่างวัตถุ(พระเก๊)ได้ว่าเป็นพระกรุนาดูนแท้ เพราะว่าธาตุเป็นองค์ประกอบของวัตถุทุกชนิดในโลกนี้ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าตัวอย่างที่ผ่านการตรวจวิเคราะห์หาชนิดและปริมาณของแร่ธาตุในใบรายงานฉบับนี้ไม่สามารถนำมาใช้อ้างอิงเป็นข้อมูลเชิงวิชาการในการศึกษาเกี่ยวกับพระกรุนาดูนได้แต่อย่างใด ไขประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการตรวจสอบตัวอย่างวัตถุ(พระเก๊)ที่อ้างว่าเป็นพระกรุนาดูนอย่างละเอียด หลายคนที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์อาจจะยังมีข้อสงสัยอยู่หลายประการ สรุปให้เข้าใจง่ายๆก็คือก่อนจะเราจะนำตัวอย่างวัตถุใดๆไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือหรือกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูง เราต้องเข้าใจความรู้พื้นฐานและหลักการเบื้องต้นดังนี้ 1.ตัวอย่างที่จะนำไปตรวจวิเคราะห์ต้องรู้ว่าเป็นอะไร ถ้าไม่รู้ ไม่มั่น ไม่แน่ใจ ก็ไม่ต้องระบุว่าวัตถุชนิดนั้นคืออะไร ไม่ใช่ว่าเอาตัวอย่างพระเก๊ไปตรวจสอบ แต่กลับอ้างว่าเป็นพระแท้ เมื่อตรวจตามกระบวนการแล้วก็สรุปเอาเองว่าตัวอย่างพระเก๊นั้นเป็นพระแท้ที่ผ่านตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์มาแล้ว ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิง 2.ต้องมีความรู้พื้นฐานและความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคนิคและวิธีการตรวจสอบตัวอย่างวัตถุว่าเทคนิคและวิธีการแต่ละอย่างใช้ตรวจสอบหาอะไร ผลการทดลองที่ได้บอกอะไรและอธิบายอะไรเกี่ยวกับตัวอย่างวัตถุที่นำมาทดลอง และถ้าหากไม่มีความรู้พื้นฐานและความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคนิคและวิธีการตรวจสอบแล้วก็ สุดท้ายจะกลายเป็นพวกหลงทางเข้าป่าเข้าดงลงห้วยลงหนองออกทะเลอย่างแน่นอน เพราะเข้าใจอะไรที่ผิดๆเห็นตัวอย่างวัตถุใดที่ผ่านตรวจสอบก็เข้าใจว่าเครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคนิคขั้นสูงต่างๆคือคำตอบที่ดีที่สุดในการพิสูจน์พระเครื่องว่าเป็นพระแท้ พระเก๊ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดๆของคนที่ไม่รู้ความด้านวิทยาศาสตร์ 3. เครื่องมือและเทคนิคการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ไม่สามารถรายงานผลการทดลองตัวอย่างวัตถุว่าเป็น "พระแท้หรือพระเก๊" ได้ แต่เราสามารถนำข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากการทดลองมาวิเคราะห์เพื่อพิสูจน์สมมุติฐานเกี่ยวกับตัวอย่างวัตถุว่าเป็นอย่างไรได้ 4.เอาพระนาดูนเก๊ไปตรวจด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์ ผลการทดลองที่ได้ไม่อาจทำให้ พระนาดูนเก๊กลายเป็นพระกรุนาดูนแท้ได้ 5. อย่าอ้างเครื่องมือวิทยาศาสตร์และรายงานผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์มานำเสนอโดยไม่จำเป็น ถ้าหากไม่มีความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ไม่งั้นก็ไม่ต่างอะไรกับพวกลิเกหลงโรงขึ้นไปร้องลิเกบนเวทีหมอลำ เดี๋ยวคนดูเขาจะโห่ไล่เอา วิทยาศาสตร์ไม่ใช่วิชาที่จะเรียนรู้ด้วยวิธีการครูพักลักจำ เพราะเป็นวิชาสากลที่ทั่วโลกเขาเรียนรู้ในเนื้อหาและหลักการเดียวกัน ถ้าคุยกับคนที่มีความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ จะคุยเป็นภาษาเดียวกัน แต่ถ้าคนที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์อย่างถ่องแท้แต่กลับเอาวิทยาศาสตร์มาคุยกับคนที่รู้เรื่องวิทยาศาสตร์ คนพวกนั้นก็จะเป็นแค่พวกมโน ที่คิดเอง เออเอง เข้าใจเอง แล้วออกมาอวดฉลาดแสดงความคิดเห็นต่างๆเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นพวกประเภทที่ไม่รู้จักว่าตัวเองโง่ไม่รู้เรื่องแต่กลับอวดฉลาดในสิ่งที่ตัวเองไม่มีความรู้จริง ชัดเจนตรงประเด็นนะครับ ผู้เรียบเรียง : เศรษฐศาสตร์ อินทรพานิชย์

#เปิดโปงพระเก๊นาดูน ตอนที่ 3



ศิลปะหลงยุคหลงสมัย พระสมเด็จนาดูน จตุคามนาดูน พระพิฆเนศนาดูน ฤาษีนาดูน พระร่วงรางปืนนาดูน เก๊อุปโลกน์ พระเครื่องมีความเป็นมาและวิวัฒนาการอันยาวนาน ก่อนจะมาเป็นพระเครื่องนั้นได้เกิดพระพิมพ์ขึ้นมาก่อน เมื่อบริบททางสังคมเปลี่ยนไป คติการสร้างพระพิมพ์ก็เปลี่ยนแปลงไปและเลือนหายไปในที่สุด พระพิมพ์บางส่วนกลายมาเป็นพระเครื่อง พระพิมพ์เป็นของเก่าแก่ที่ได้มีผู้ทำขึ้นตั้งแต่ตอนต้นพุทธศาสนา มีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอินเดีย การแผ่ขยายอิทธิพลทางพุทธศาสนาไปสู่ภูมิภาคต่างๆทำให้พระพิมพ์ซึ่งเป็นประติมากรรมเนื่องในคติทางพุทธศาสนาได้แผ่กระจายไปยังดินแดนต่างๆพร้อมกับคำสอน ความเชื่อทางพุทธศาสนา พระธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ รวมถึงวัตถุเนื่องในพุทธศาสนาด้วย พุทธศาสนาเข้ามาสู่ประเทศไทยราวสมัยทวารวดีพร้อมกับความเชื่อเรื่องการสร้างพระพิมพ์ในสมัยทวารวดีได้รับเอาคติความเชื่อของชาวอินเดียเข้ามาโดยตรงส่งผลให้การสร้างพระพิมพ์ในสมัยทวารวดีมีวัตถุประสงค์การสร้างเหมือนกับอินเดีย คือการสร้างพระพิมพ์เพื่อสืบพระศาสนาซึ่งเป็นความเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่อง "ปัญจอันตรธาน" ซึ่งปรากฏในคัมภีร์พุทธศาสนา เมื่อพุทธศาสนาแผ่ไปยังพื้นที่ต่างๆของประเทศไทย ความเชื่อเรื่องการสร้างพระพิมพ์ก็เปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยต่างๆแต่ละพื้นที่ อาทิ พุทธศาสนาสมัยศรีวิชัยได้รับอิทธิพลของพุทธศาสนานิกายมหายานที่มีความเชื่อเรื่องการบำเพ็ญบุญเพื่อเป็นพระโพธิสัตว์ ส่งผลให้การสร้างพระพิมพ์ในสมัยศรีวิชัยจากที่สร้างพระพิมพ์เพื่อสืบพระศาสนาเปลี่ยนแปลงไปสู่การสร้างเพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตายและเป็นการสะสมบุญเพื่อเป็นพระโพธิสัตว์ในภายหน้า เป็นต้น ในสมัยอยุธยาเริ่มมีการสร้างพระพิมพ์เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล ความศักดิ์สิทธิ์และดลบันดาลให้เกิดอานุภาพต่างๆสำหรับพกเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเวลาไปสงครามแทนการพกเครื่องรางแบบเก่า เช่น ผ้าประเจียด (ผ้ายันต์ที่ใช้ผูกแขนหรือคล้องคอ) ตะกรุด พิสมร เป็นต้น ต่อมาในสมัยต้นรัตนโกสินทร์เกิดการเปลี่ยนแนวคิดทางพุทธศาสนา อีกทั้งได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมและวิทยาการจากชาติตะวันตก การสร้างพระพิมพ์เพื่อใช้เป็นเครื่องรางของขลังได้รับความนิยมมากขึ้น พระพิมพ์ที่สร้างเพื่อความเชื่อและความศรัทธาในพุทธคุณด้านต่างๆ เหล่านี้เรียกว่า “พระเครื่อง” ศิลปะของพระพิมพ์พระเครื่องในแต่ละยุคสมัยมีความแตกต่างกันในเอกลักษณ์และอัตลักษณ์อย่างสิ้นเชิง พระพิมพ์พระเครื่องจะเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของสังคม ดังนั้นการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวพระพิมพ์พระเครื่องด้วยการนำเอาศิลปะของแต่ละยุคสมัยมาจับฉ่ายยำละเลงเข้าด้วยกัน โดยไม่คำนึงถึงเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของศิลปะในยุคสมัยที่มีปรากฎอยู่อย่างชัดเจนมาประกอบการศึกษาเรียนรู้ ยกตัวอย่าง เช่น พิม์พระสมเด็จนาดูน(พระเก๊) พิมพ์จตุคามรามเทพนาดูน(พระเก๊) พระพิฆเนศนาดูน(เก๊) พิมพ์ฤาษีนาดูน(เก๊) พิมพ์นารายณ์ทรงปืนนาดูน(เก๊) พิมพ์พระร่วงนาดูน(เก๊) พระพิมพ์พระเครื่องเหล่านี้ที่อ้างว่าเป็นพิมพ์พระของพระกรุนาดูนเป็นการอุปโลกน์ขึ้นมาเองทั้งสิ้น เป็นการบิดเบือนหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีของศิลปะแห่งยุคสมัยต่างๆอย่างแท้จริง ผู้เรียบเรียง : เศรษฐศาสตร์ อินทรพานิชย์

#เปิดโปงพระเก๊นาดูน ตอนที่ 4

แอบอ้าง ยัดเยียด บิดเบือน จับฉ่าย ยำละเลง ศิลปะต่างยุคต่างสมัย ต่างบริบท ต่างท้องถิ่น ต่างอารยธรรม พุทธมณฑลอีสานในสมัยทวารวดี พระพุทธศาสนาที่เผยแพร่เข้าในดินแดนสุวรรณภูมิเป็นนิกายเถรวาทดั้งเดิม โดยพุทธศาสนิกชนมีความศรัทธาเลื่อมใสบวชเป็นพระภิกษุจำนวนมาก และได้สร้างสถูปเจดีย์ไว้สักการะบูชา เรียกว่า "สถูปรูปฟองน้ำ" เหมือนสถูปสาญจีในประเทศอินเดียที่พระเจ้าอโศกมหาราชทรงสร้างขึ้น โดยศิลปะในยุคนี้ เรียกว่า "ศิลปะทวารวดี" ศิลปะทวารวดีเกี่ยวกับพระพิมพ์พระเครื่องของพระกรุนาดูนที่ค้นพบเมื่อปี 2522 เป็นศิลปะในคติความเชื่อในพุทธศาสนานิกายฝ่ายเถรวาท พระพิมพ์ที่ขุดพบมีการจารึกเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติช่วงเวลาและเหตุการณ์สำคัญต่างๆและมีการขุดพบพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่ในสถูปที่ทำด้วยทองสำริดมีส่วนประกอบ 2 ส่วนคือ 1.ส่วนยอดมีลักษณะเป็นปล้องไฉนจำนวน 2 ปล้อง ส่วนบนสุดเป็นปลียอดกลม 2.ตัวสถูปทำด้วยทองสำริด มีลักษณะคล้ายระฆังหรือโอคว่ำ ส่วนยอดของตัวสถูปจะรับเข้ากับส่วนล่างสุดของส่วนยอดพอดี แต่พุทธศาสนาสมัยศรีวิชัยได้รับอิทธิพลของพุทธศาสนานิกายมหายานที่มีความเชื่อเรื่องการบำเพ็ญบุญเพื่อเป็นพระโพธิสัตว์ ส่งผลให้การสร้างพระพิมพ์ในสมัยศรีวิชัยจากที่สร้างพระพิมพ์เพื่อสืบพระศาสนาเปลี่ยนแปลงไปสู่การสร้างเพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตายและเป็นการสะสมบุญเพื่อเป็นพระโพธิสัตว์ในภายหน้า ดังการค้นพบโพธิสัตว์"มหากรุณิกะ"ทำท่าครุ่นคิด โพธิสัตว์ฝ่ายมหายาน สลักหินที่แหล่งโบราณคดีเขาพระนารายณ์หรือเขาศรีวิชัย อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ของกรมศิลปากร ตามข่าวที่นำเสนอจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เพราะพระพิมพ์โพธิสัตว์ดังกล่าวต่างก็ค้นพบในหลายพื้นที่ทางภาคใต้ อันเป็นอาณาจักรศรีวิชัยมาแต่โบราณ อีกประการหนึ่งตัวอย่างโพธิสัตว์ที่ค้นพบไม่ใช่เป็นพิมพ์พระเครื่องที่เกิดจากการสร้างจากแม่พิมพ์แต่เป็นการแกะสลักลงไปในหิน การศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะของพระพิมพ์พระเครื่องในแต่ละยุคสมัยต้องรู้จักแยกแยะวิเคราะห์องค์ประกอบพื้นฐานของความรู้หลากหลายแขนงอย่างละเอียดรอบคอบเสียก่อน เพื่อให้เกิดความถูกต้องตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีก่อนที่จะนำมาเสนอต่อสาธารณชน การเอาข่าวหรือข้อมูลใดๆมานำเสนอ โดยที่ไม่มีการวิเคราะห์กลั่นกรองหรือตรวจสอบความจริงแล้วแสดงความคิดเห็นว่าพระพิมพ์โพธิสัตว์อวตารโลกิศวรซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับจตุคามรามเทพหรือลูกสะบ้านาดูนเป็นการนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือนความจริงทิ้งสิ้น เมื่ออ้างอิงข้อมูลตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ปรากฏอย่างเด่นชัดว่า"ศิลปะทราวดี"กับ"ศิลปะศรีวิชัย"มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงตามคติความเชื่อในพุทธศาสนาต่างนิกายกัน ดังนั้นพิมพ์จตุคามรามเทพนาดูนหรือพิมพ์ลูกสะบ้านาดูนเป็นการอุปโลกน์ขึ้นมาเองไม่มีความเกี่ยวข้องกับพระกรุนาดูนที่ค้นพบเมื่อปี 2522 แต่ประการใด https://www.matichon.co.th/entertainment/arts-culture/news_835888 ผู้เรียบเรียง : เศรษฐศาสตร์ อินทรพานิชย์

วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

พระสมเด็จกรุวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

ประวัติ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต) ต้นสกุลกัลยาณมิตร ว่าที่สมุหนายก ได้อุทิศบ้านและที่ดินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งแต่เดิมเป็นหมู่บ้านที่มีภิกษุจีนพำนักอยู่ และเรียกกันต่อมาว่า "หมู่บ้านกุฎีจีน" สร้างเป็นวัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๘ และน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ พระราชทานนามว่า "วัดกัลยาณมิตร"

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://sombanno.igetweb.com/?mo=3&art=412858

"พระสมเด็จวัดระฆัง กรุวัดกัลยาณมิตร" สร้างขึ้นและบรรจุในเจดีย์ต้นสกุลกัลยาณมิตรและสกุลประวิตร
แตกกรุเมื่อปี 2551 พระผงสมเด็จกรุวัดนี้จะพบมากมายหลายพิมพ์







  

















พระสมเด็จวัดระฆัง กรุวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ถูกบรรจุเจดีย์ลักษณะเป็นกรุแห้งหรือกรุลอย องค์พระลักษณะ คือ ผิวแห้ง เนื้อเปิดเห็นมวลสารชัดเจน รักระเบิด  แตกต่างจากกรุบางขุนพรหม (กรุเปียก) อย่างชัดเจน  ดังนั้นสำหรับผู้ศึกษาต้องแยกแยะกันถูกต้อง ลองอ่านบทความของผู้ที่ศึกษาพระสมเด็จ กรุวัดกัลยาณมิตรฯ โดยตรงเกี่ยวกับการตรวจสอบอายุมวลสารหรือส่วนผสมที่นำมาใช้สร้างพระ ดังนี้

ผู้เขียน Blog แนะนำให้ใช้วิจารญาณในการอ่านบทความที่นำมาเสนอต่อไปนี้
ซึ่งข้อความทั้งหมดเป็นการคัดลอกมาจากบุคคลที่ได้ศึกษาพระกรุนี้เช่นเดียวกับ
ผู้เขียน 

บทความของผู้ศึกษาพระสมเด็จกรุวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร 

"พระสมเด็จกรุวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร" มีการสุ่มตัวอย่างตรวจสอบเรื่องอายุมวลสารของพระ ที่ “สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว รอใบรับรองผล
เรื่องของพระสมเด็จที่บรรจุอยู่ในกรุวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
หลังจากเจดีย์ในวัดกัลยาได้ถูกรื้อออก เมื่อต้นปี พ.ศ 2551พบว่ามีพระพิมพ์สมเด็จ บรรจุอยู่ภายในเป็นจำนวนมาก และหลายพิมพ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพิมใหญ่ ทรงเจดีย์ เส้นด้าย ฐานแซม ฐานคู่ ปรกโพธิ์และพิมพ์อกครุฑ ส่วนที่พบน้อยได้แก่พิมพ์ไสยาสน์ พิมคู่สององค์ติดกันซึ่งเป็นทรงเจดีย์ และพิมพ์ใหญ๋ พิมพ์สามเหลี่ยมเล็ก พิมพ์สามเหลี่ยมใหญ่(เหมือนกับพิมพ์ใหญ่ของของวัดสามปลื้ม) พิมพ์สังกระจาย นอกจากนี้ยังมีพิมพ์แปลกอีกแต่ไม่มากนัก พระในกรุวัดกัลยามีสองแบบคือ 1แบบปึกๆเกาะติดกัน9องค์ และแบบเป็นองค์เดียวซึ่งแบบนี้ด้านหลังจะถูกปิดด้วยรักและทอง หลังจากที่พระสมเด็จชุดนี้กระจายออกไป ก็เป็นที่สงสัยและหาหลักฐานกันว่า เป็นพระสมเด็จวัดระฆังใช่หรือไม่มาจนถึงวันนี้ ส่วนใหญ่นำไปให้บรรดาเซียนน้อยใหญ่ดู มักจะได้คำตอบว่า ยังไม่ถึงวัดระฆัง คำถามต่อไปก็คือดูจากอะไร เซียนตอบว่าดูจากพิมพ์ และคำถามต่อไปจากเจ้าของพระถามเซียนว่า แล้วเนื้อหละเป็นอย่างไร เซียนตอบหน้าตาเฉยว่าถ้าผิดพิมพ์แล้วผมก็จะไม่ดูเนื้อ ก็จบกันตรงนั้นคุณเซียนจะเล่นพระสมเด็จกันแค่8-9พิมพ์เท่านั้นเหรอ คุณจะไม่ศึกษามวลสารของเนื้อพระความเก่า มีอายุของเนื้อพระ หรือจะไม่ศึกษาประวัติการสร้างพระกันอย่างละเอียดและถูกต้องเลยหรือ จะเอากันแค่เล่นๆกันถูกพิมพ์ถูกเนื้อขายกันได้ ด้วยความเชื่อจากการยืนยันจากตัวบุคคลเพียง2คนที่ถูกเรียกว่าเซียนเท่านั้นก็พอแล้วหรือ ในปัจจุบันเซียนที่พอมีระดับ จะมีที่สิงสถิตย์กันตามห้างดังๆ จะหาพระให้กับบรรดาขาประจำที่เขาเชื่อใจกัน แต่ถ้าเซียนจะซื้อพระ ผู้ที่เป็นเจ้าของพระจะถูกกดราคากันมากๆแบบน่าสงสาร เพื่อนสมาชิกครับ พระที่ผมนำไปให้คุณเซียนตรวจสอบดูและได้รับคำตอบว่ายังไม่ถึงนั้นเป็นพระกรุวัดกัลยาพิมพ์ใหญ่ เนื้อดูง่ายมากแต่ขนาดจะโตกว่ากรุบางขุนพรหมเล็กน้อย เพื่อนๆครับผมยังไม่หมดความพยายาม ผมคิดว่าพระจะแท้หรือเก๊ไม่ใช่ไปฟังจากบุคคลที่สังคมมองกันว่าน่าเชื่อถือและมีความรู้ดูพระได้เป็นเซียนมีชื่อโด่งดัง ยังมีวิธีหาความจริงว่าพระสมเด็จของเรานั้นจะแท้หรือไม่ ก็ให้ดูจากอายุมวลสารของวัตถุดิบที่นำมาสร้างพระ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงลักษณะโครงสร้างทางกายภาพและเคมีขององค์พระประกอบควบคู่กัน ซึ่งในปัจจุบันนี้ทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าไปมาก มวลสารที่สร้างพระมา สามารถตรวจสอบอายุของวัตถุต่างๆ ที่เป็นส่วนผสมหลักในองค์พระได้ ไม่จำเป็นต้องไปเชื่อตัวบุคคล ซึ่งอาจถูกหลอกได้
 
กล่าวอ้างถึงการตรวจเชิงวิทยาศาสตร์ของผู้ที่ทำการศึกษา

ผู้ที่นำตัวอย่างไปตรวจทางวิทยาศาสตร์กล่าวว่าเชื่อถือได้มี 2 วิธี

*** วิธีที่1 การตรวจด้วยรังสี

ด้วยการตรวจหาเปอร์เซ็นต์ค่าคาร์บอนจากมวลสารที่เป็นเนื้อพระ โดยนำมวลสารที่เป็นเนื้อพระหรือองค์พระสมเด็จนั้นมาบดให้ละเอียดด้วยปริมาณที่มากพอ(ประมาน3องค์)แล้วนำกรด hydro chloric มาทำปฎิกริยาจะเกิดควัน แล้วนำควันผ่านลงไปในของเหลว จากนั้นจะนำของเหลวเอาควันนั้นไว้ไปผ่านเข้าระบบตามกรรมวิธีของสถาบัน วิธีจะไม่ค่อยมีผู้นิยมเพราะต้องบดพระสมเด้จให้เป็นผงถึง3องค์ หากมีเพียง1-3องค์ก็จะไม่สามาถรกระทำได้ นอกจากว่าจะมีอยู่เป็นจำนวนมาก และอยากพิสูจน์ว่าเป็นสมเด็จแท้หรือไม่ ด้วยการดูอายุของวัตถุที่มีการนำมาสร้างก็จะกระทำได้ เช่นกรณี ผู้ที่มีสมเด็จจากกรุวัดกัลยามากๆการทดสอบหรือตรวจอายุมวลสารของพระ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับทางสถาบัน ประมาณ7500บาท ต่อครั้ง ระยะเวลาการตรวจจะประมาณ 2-3 สัปดาห์จึงจะรู้ผล

*** วิธีที่2 การตรวจด้วยเคมี
เป็นการตรวจหาอายุมวลสารของพระ การสร้างพระเนื้อผง เช่นพระสมเด็จ ด้วยวิธีทางเคมี วิธีนี้นำพระสมเด็จที่ประสงค์จะตรวจอายุการสร้างมา1องค์ ไม่ต้องทำลายด้วยการบดเป็นผง ผู้ตรวจจะใช้วิธีเจาะรูเล็กๆเพื่อนำผงพระเพียงเล็กน้อย มาทำปฎิกริยากับน้ำยาทางเคมีจากนั้นจะตรวจผลด้วยกล้องจุลทัศน์ ที่มีกำลังขยายสูงมากแล้วนำผลมาเทียบกับตารางแล้วแปลออกมาเป็นปี ที่พระองค์นี้ได้สร้างมาแล้ว การตรวจสอบด้วยวิธีนี้พระจะไม่ชำรุด ระยะเวลารอผลไม่นานประมาณ20นาที ก็จะทราบอายุของการสร้างพระ มีค่าใช่จ่ายองค์1000บาท หากพระแท้จะต้องเพิ่มอีก200บาทเป็นค่าใบรับรองผลการตรวจจากหน่วย (ถ้าพระไม่แท้ไม่เอาหนังสือก็ไม่ต้องชำระ) ผมได้นำพระกรุวัดกัลยาไปตรวจทั้ง2แห่ง ผลปรากฏออกมาคือ


จากผลการตรวจด้วยวิธีที่1 พระชุดนี้สร้างระหว่างปี พ.ศ.2408-2413


จากผลการตรวจด้วยวิธีที่2 คือทางเคมี
ผมนำไปตรวจหลายองค์
องค์ที่1อายุการสร้างมากกว่า142ปี
องค์ที่2 อายุการสร้างมากกว่า143ปี 

องค์ที่3 อายุการสร้างมากกว่า146ปี (พระชุดนี้เป็นพิมพ์เกศทะลุ ซุ้มทั้ง4องค์)

*** สรุปผลจากการตรวจพระสมเด็จกรุวัดกัลยาทั้ง2วิธีนี้ได้ผลตรงกัน ทั้ง2สถาบันนี้อยู่คนละแห่ง ไม่รู้จักกัน และผมก็ไม่ได้บอกว่าไปตรวจที่ไหนมา ผมจึงมั่นใจ100เปอร์เซ็นต์ พระสมเด็จ กรุวัดกัลยานี้ เป็นพระที่สมเด็จพุฒาจารย์โตเป็นผู้สร้างขึ้น ใครยังไม่มีก็หาเก็บเอาไว้ใช้ เพราะเป็นของดีที่ราคายังไม่สูง แต่ระวังอย่าไปจับเอาของฝีมือก็แล้วกัน เพื่อนๆสมาชิกช่วยแชร์ข้อความนี้ให้เพื่อนได้ทราบกันด้วยนะครับจะขอบคุณมากๆ

งานสัมมนาเชิงวิชาการเรื่อง พระสมเด็จวัดระฆังบรรจุกรุ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2556
โดยท่านพลเรือเอกนาวี ศานติกะนาวิน

https://m.youtube.com/watch?v=p6doiiDbsNI

https://m.youtube.com/watch?v=IIvwMPlnIqk

https://m.youtube.com/watch?v=oyUwk9fOOvQ

https://m.youtube.com/watch?v=BnatxcJkzHI




ตัวอย่างรายงานผลการตรวจวิเคราะห์



 หนังสือรับรองฉบับนี้ มีการดัดแปลงแก้ไข
เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนในการศึกษาเรียนรู้เท่านั้น
ห้ามนำไปอ้างอิงเพื่อประกอบการจำหน่ายพระเครื่องโดยเด็ดขาด
หรือนำไปแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบด้วยประการใดๆทั้งสิ้ง
ผู้ดัดแปลงแก้ไขและอนุญาตให้เผยแพร่ : ท่านพลเรือเอกนาวี ศานติกะนาวิน


ข้อแนะนำเพิ่มเติมของผู้เขียน Blog

ข้อความที่คัดลอกมาจากผู้อ้างว่าเคยศึกษาและนำพระสมเด็จกรุวัดกัลยาณมิตรฯไปตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ เป็นเพียงการกล่าวอ้าง แต่ยังไม่มีหลักฐานใดๆที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงแนะนำให้ผู้ศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติม บทความดังกล่าวข้างต้นจำเป็นต้องตรวจสอบเนื้อหาบางอย่างอีกครั้ง เช่น อายุการสร้างเป็นการประมาณการและสันนิษฐานข้อมูลเท่านั้น ต้องให้หน่วยงานรับผิดชอบ ออกมาแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ อธิบายและชี้แจงรายละเอียดอีกครั้ง
......

หมายเหตุ ข้อความทั้งหมดภายใน Blog ยังไม่มีความสมบูรณ์พร้อมในรายละเอียดของข้อมูลต่างๆ สามารถแก้ไขปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์มากที่สุดได้ตลอดเวลา โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ผู้อ่านจำเป็นต้องติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา เพื่อเป็นประโยชน์แก่ตัวท่านเอง หากมีการแก้ไขปรับปรุงข้อมูลและโปรดใช้วิจารณญาณในการศึกษา ข้อมูลทั้งหมดเป็นการบรรยายเชิงบอกเล่าเท่านั้น


ปรับปรุงแก้ไขครั้งล่าสุด 23/01/2562 เวลา 09:59 น.